ไปรษณีย์ไทยเร่งปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรถ แต่เป็นการออกแบบระบบโลจิสติกส์ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การวางโครงข่าย การจัดเส้นทางเดินรถ และการสร้างระบบนิเวศพลังงานสะอาดครบวงจร
มีแผน 5 ปีในการทยอยเพิ่มจำนวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ามีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าถึง 3,000 คันภายในปี 2572 เพื่อลดต้นทุนพลังงานได้ 30-40%
เพื่อรับมือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ไปรษณีย์ไทยได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง 3 บาทสำหรับบริการเชิงพาณิชย์ (EMS และ eCo Post) แต่ยังคงตรึงราคาบริการไปรษณีย์พื้นฐานไว้เท่าเดิม
เป้าหมายระยะยาวคือการสร้างความมั่นคงให้ระบบโลจิสติกส์ ลดการพึ่งพาน้ำมันด้วยการขนส่งทางรางควบคู่กัน และมุ่งสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 」
ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ไปรษณีย์ไทยเร่งเครื่องปรับองค์กรครั้งใหญ่ มุ่งสู่การเป็น “EV-Driven Logistics” อย่างเต็มรูปแบบ โดยใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นแกนหลักในการยกระดับระบบขนส่ง ควบคู่กับการใช้พลังงานทางเลือกและการบริหารจัดการพลังงานเชิงระบบ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้โครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศในระยะยาว
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยยังคงติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด หลังความขัดแย้งระหว่างประเทศในตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกาทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน แม้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง
ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนหลักของระบบโลจิสติกส์ ไปรษณีย์ไทยจึงต้องเร่งบริหารต้นทุนในทุกด้าน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการ
อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทยยืนยันว่าจะยังคงอัตราค่าบริการสำหรับบริการไปรษณีย์พื้นฐาน ทั้งไปรษณีย์ภัณฑ์ ของตีพิมพ์ ลงทะเบียน และพัสดุไปรษณีย์ไว้ในระดับเดิม โดยไม่มีการปรับขึ้นราคา
ขณะที่บริการเชิงพาณิชย์ ได้แก่ EMS ในประเทศ และ eCo Post มีความจำเป็นต้องปรับค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง หรือ Fuel Surcharge เพิ่มขึ้น 3 บาทต่อชิ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและยังสามารถรักษามาตรฐานการให้บริการได้