ยินดีต้อนรับสู่ NWOW ไทยแลนด์ – แบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมทั่วโลก

ช้อปปิ้ง
NWOW LOGO
โช๊ค คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ทำไมรถยนต์ต้องมี ?
Source : | Author:NWOW Team | Date : 2023-06-27 | 1070 Views | Share:

 นักขับมือใหม่ต้องรู้ โช๊ค คืออะไร มีกี่แบบ มีประโยชน์อย่างไร มาดูกัน

โช๊ค คืออะไร ทำอะไรได้

สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มาใหม่ ๆ และอาจไม่มีความรู้เกี่ยวกับโช๊คมากนักและไม่รู้ว่าโช๊คอัพนั้นมีไว้ทำอะไร ช่วยอะไรได้บ้าง นอกจากช่วยให้นิ่มเด้งรับไปกับสภาพถนน

วันนี้เราจะมาแชร์ทุกเรื่องเกี่ยวกับโช๊คกันว่า คืออะไร มีประโยชน์อะไร โช้คอัพสามารถแบ่ง ออก เป็นกี่ชนิด? เพื่อให้มือใหม่ที่เพิ่งซื้อรถยนต์เป็นครั้งแรกสามารถเข้าใจเรื่องโช๊คอัพกันได้ง่าย ๆ

 

 โช๊ค คืออะไร มีไว้ทำอะไร?

โช๊ค คืออุปกรณ์ที่ช่วยให้ขับขี่นุ่มนวลขึ้น


โช๊ค (shock absorber or snubber) คืออุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่คอยจำกัดการหดและคลายตัวของสปริงรถ ถ้ารถยนต์ไม่มีโช๊คจะทำให้เมื่อขับขี่จะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนโดยตรงและทำให้ขับลำบาก หลักการทำงานของโช๊ค คือการเปลี่ยนพลังงานจลย์จากสปริงซึ่งเป็นพลังงานส่วนเกินให้กลายเป็นพลังงานความร้อน โดยของเหลวไฮโดรลิกซ์ในโช๊คจะทำปฏิกิริยาทำให้พลังงานนี้สลายหายไปส่งผลให้สามารถขับขี่ได้นุ่มนวลขึ้น

 โช๊คมีกี่ประเภท มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง?

เมื่อทราบกันไปแล้วว่าโช๊ค คืออะไร? หลายคนคงมีข้อสงสัยเพิ่มเติมว่า โช๊คมีกี่ประเภท ? โดยเราได้รวมข้อมูลไว้ให้คุณในหัวข้อนี้แล้ว

กระบอกโช๊คสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ Twintube (กระบอกคู่) เป็นแบบมาตรฐาน และ Monotube (กระบอกเดี่ยว) เป็นกระบอกได้รับการพัฒนามาจาก Twintube ซึ่งคนส่วนใหญ่นิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก ในหัวข้อนี้เราจะมาอธิบายความแตกต่างระหว่าง Twintube (กระบอกคู่) และ Monotube (กระบอกเดี่ยว) กันว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้คุณสามารถเปรียบเทียบและเห็นความแตกต่างของกระบอกโช๊คทั้ง 2 ชนิดได้ชัดเจนขึ้น

 โช๊คอัพแบบมาตรฐาน (Twintube)

โช๊คอัพกระบอกคู่ (Twintube) เป็นโช๊คมาตรฐานทั่วไปซึ่งใช้ในรถกระบะหรือออฟโรด โดยการซับแรงกระแทกอาจทำได้ไม่ดีเท่าแบบ Monotube จึงทำให้บริเวณช่วงล่างไม่นิ่มนวลเท่าที่ควร

ข้อดีของโช๊คอัพ Twintube

  1. รั่วยาก เกิดแรงเสียดสีในกระบอกน้อย

ข้อเสียของโช๊ค Twintube

  1. ร้อนได้ง่าย เพราะมีการสะสมความร้อนมากกว่า      และยังเกิดฟองอากาศได้ง่าย จึงทำให้ความนุ่มหนึบหายไป โดยรถที่ใช้โช๊คแบบ      Twintube จะเหมาะกับการขับขี่ในระยะใกล้

 โช๊คอัพแบบ Monotube (กระบอกเดี่ยว)

โช๊คโมโนทูป คือโช๊คอัพที่ถูกพัฒนามาเพื่อทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและแน่นหนึบมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นกระบอกเดี่ยวไม่ได้มีการแบ่งเป็น 2 ชั้น จึงทำให้บรรจุน้ำมันไฮดรอลิกได้เยอะมากกว่า รวมไปถึงยังสามารถตอบสนองและดูดซับแรงกระแทกได้มากกว่าแบบ Twintube อีกด้วย

ข้อดีของโช๊ค Monotube

  1. ตอบสนองการขับขี่ได้ดีกว่า      เพราะบรรจุน้ำมันไฮดรอลิกได้เยอะกว่า

  2. สามารถรับแรงกระแทกได้มากกว่า      เพราะมีลูกสูบใหญ่

  3. ระบายความร้อนได้ดี เกิดฟองในน้ำมันได้ยาก      เหมาะกับการขับขี่ระยะทางไกล

ข้อเสียของโช๊ค Monotube

  1. มีราคาแพงมากกว่าโช๊ค Twintune

 รู้ได้อย่างไร เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนโช๊ค?

อย่างที่ทราบไปแล้วโช๊ค คืออุปกรณ์ที่ช่วยจำกัดการหดและคลายตัวของสปริงรถ แต่ทั้งนี้อุปกรณ์ใด ๆ ก็ตามย่อมมีการหมดอายุการใช้งานและต้องทำการเปลี่ยน โดยรถยนต์ทั่วไปควรเปลี่ยนโช๊คเมื่อเลขไมล์อยู่ที่ 50,000 – 100,000 ไมล์ แต่สำหรับรถยนต์ที่ขับบนถนนขรุขระ หรือมีหลุมบ่อบ่อย ๆ ควรเปลี่ยนโช๊คเมื่อเลขไมล์ถึงก่อน 50,000 – 100,000 ไมล์ อย่างไรก็ตามหากไม่ทำการเปลี่ยนโช๊คอาจทำให้รถเกิดอาการโช๊คหลังเสียได้ ซึ่งส่งผลให้รถยนต์มีอาการแกว่ง ไม่สามารถทรงตัวได้หรือควบคุมได้ยากเวลาที่เข้าโค้ง

โช๊คคืออุปกรณ์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยตอนขับขี่

อุปกรณ์และอะไหล่ทุกชิ้นในรถยนต์นั้นมีความสำคัญมาก รวมถึงโช๊คคืออุปกรณ์ที่ช่วยให้ในระหว่างเดินทางการขับขี่ของคุณจะมีความปลอดภัย อีกทั้งเมื่อขับจะรู้สึกนิ่มนวล เกาะติดถนนได้ดี ไม่แข็งกระด้าง ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนโช๊คเมื่อเลขไมล์อยู่ที่ 50,000 – 100,000 ไมล์ เพื่อให้การขับขี่ของคุณปลอดภัยตลอดเส้นทาง

และถ้าคุณกำลังมองหารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า เราขอแนะนำ NWOW เราคือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ทางเลือกใหม่ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ในการขับเคลื่อน ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศและทางเสียง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง line คลิก

 

 

ขอบคุณเนื้อหาจาก:

https://www.kaidee.com/blog/th/the-purpose-of-shock-absorber/